
เขื่อนขุนด่านปราการชล โครงการพระราชดำริ หรือ เขื่อนขุนด่านปราการชล (เขื่อนคลองท่าด่าน)
โครงการเขื่อนขุนด่านปราการชล อันเนื่องมาจากพระราชดำริ
ตั้งอยู่บริเวณบ้านท่าด่าน
ตำบลหินตั้ง อำเภอเมือง
จังหวัดนครนายก
ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่
13 กุมภาพันธ์ 2539
อนุมัติให้กรมชลประทานดำเนินงานโครงการ
ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2540-2547
รวมระยะเวลา 8 ปี
ใช้งบประมาณทั้งสิ้น 10,193,000,000
บาทเขื่อนขุนด่านปราการชล (เขื่อนขุนด่านปราการชล (เขื่อนคลองท่าด่าน) )
มีคุณลักษณะที่แตกต่างจากเขื่อนทั่วไป
คือ
เป็นเขื่อนคอนกรีตบดอัด ที่ใหญ่ที่สุด ในโลก มีปริมาตรคอนกรีตบดอัด (Roller
Compacted Concrete) ถึง 5,470,000
ลูกบาศก์เมตร สูง 93 เมตร ยาว
2,720 เมตร ขนาดความจุ 224
ล้านลูกบาศก์เมตร
การก่อสร้างได้อาศัยหลักการของทฤษฎีคอนกรีตบดอัด
ซึ่งเป็นเทคโนโลยี
ของการผสมผสานระหว่างวิศวกรรมงานคอนกรีตกับวิศวกรรมงานดิน
โดยพัฒนาจากการใช้วัสดุคอนกรีตเหลวมาเป็น
คอนกรีตแห้งด้วยวิธีการนำเอาเถ้าลอยลิกไนท์
(Fly Ash) ซึ่งเป็นกรด
ที่ได้จากเหมืองแม่เมาะ
อำเภอแม่เมาะ
จังหวัดลำปาง
มาใช้เป็นส่วนผสมแทนซีเมนต์บางส่วน
แล้วบดอัดด้วยรถบดแบบสั่นสะเทือน เหมือนการบดอัดดิน วัสดุเถ้าลอยลิกไนท์มีคุณสมบัติช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ
ทำให้คอนกรีตลื่นไหลได้ดีขึ้น
ช่วยเพิ่มแรงยึดเหนี่ยว
ในระยะยาว
และลดการแตกร้าวที่เกิดจากการหดตัวที่ไม่เท่ากัน
ทำให้งานก่อสร้างดำเนินการได้รวดเร็วขึ้น
นอกจากนี้ การนำเถ้าลอยลิกไนท์มาเป็นส่วนผสมของคอนกรีตบดอัด
ทำให้สามารถลดปริมาณปูนซีเมนต์ลงได้มาก
เป็นการประหยัด
งบประมาณ ในการก่อสร้าง เขื่อนขุนด่านปราการชล (เขื่อนคลองท่าด่าน)ที่สร้างขึ้นนี้
มีพระราชดำริให้สร้างครอบฝายท่าด่านเดิม
ซึ่งเป็นฝายที่ใช้งานมานาน
แต่ส่งน้ำ
ให้แก่เกษตรกรได้เพียงหมื่นไร่
และจากการดำเนินงานดังกล่าวทำให้สามารถประหยัดงบประมาณในการก่อสร้างได้
จำนวนหนึ่ง
เพราะใช้ระบบส่งน้ำเดิมที่มีอยู่แล้วและนำมาปรับปรุงใหม่
และที่ดินที่ใช้ในการก่อสร้างส่วนใหญ่เป็นที่ดิน
ของกรมชลประทานประมาณ 500
ไร่
จึงมีการเวนคืนที่ดินจากราษฎรเพียงเล็กน้อย
่
ส่วนประโยชน์ของเขื่อน ภายหลังการสร้างเสร็จแล้ว ยังจะมีตามมาอีกมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นการที่มีน้ำในการทำเกษตรกรรม การอุปโภค บริโภค แก้ปัญหาดินเปรี้ยว เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาและบรรเทาอุทุกภัย ซึ่งเหตุการณ์ที่ผ่านมาเมื่อวันที่ 7-9 สิงหาคม 2547 เกิดฝนตกหนักติดต่อกันบนเขาใหญ่ ส่งผลให้น้ำป่าได้ไหลหลากลงสู่พื้นที่รับน้ำด้านล่าง ทำให้เกิดน้ำท่วมล้นตลิ่งแม่น้ำนครนายก สร้างความเสียหายกับระบบเศรษฐกิจ ขนาดว่า เขื่อนขุนด่านปราการชล ฯ ที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ก็กลับมีส่วนช่วยรองรับปริมาณน้ำป่าที่หลากลงมา ช่วยชะลอน้ำท่วมขังลงสู่แม่น้ำนครนายก เพราะถ้าเวลานั้นไม่มีเขื่อนปริมาณน้ำที่หลากลงมา ก็คงจะสร้างความเสียหายแก่ประชาชนมากกว่านี้
นอกจากนี้เขื่อนขุนด่านปราการชล จะยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของนครนายก นักท่องเที่ยวสามารถ ชมอุทยานแห่งชาติ เขาใหญ่ได้จากบริเวณสันเขื่อน จะเห็นทิวทัศน์ด้านหน้าเขื่อน และชมทิวทัศน์เมืองนครนายกด้านหลังเขื่อนได้
นับจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จพระราชดำเนินทรง ประกอบพิธีวาง ศิลาฤกษ์ เขื่อนคลองท่าด่าน ฯ เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2545 กระทั่งผ่านมาถึงบัดนี้ที่ตัวเขื่อนเกือบจะเสร็จสมบูรณ์ เหลือเพียงการตกแต่งภูมิทัศน์บริเวณด้านหลังเขื่อน และจะเปิดอย่างเป็นทางการประมาณปลายปีนี้ ซึ่งถ้านักท่องเที่ยวท ี่สนใจจะแวะชม ก็สามารถชมทิวทัศน์ด้านหน้าและหลังเขื่อนได้ที่จุดชมวิวด้านบนเขื่อนได้ตลอด







ภาพขณะกำลังก่อสร้างเขื่อน

ทัศนียภาพหลังเขื่อน ขุนด่านปราการชล


ทัศนียภาพหน้าเขื่อน ขุนด่านปราการชล
การเดินทางไปเที่ยว เขื่อนขุนด่านปราการชล (เขื่อนขุนด่านปราการชล (เขื่อนคลองท่าด่าน) )
รถยนต์ จากกรุงเทพ ฯ (
ทางหลวงหมายเลข 305 หรือ 33) –
นครนายก – น้ำตกนางรอง (
ใช้ถนนหมายเลข 3049) –
ผ่านอุทยานวังตะไคร้ –
เลี้ยวขวาเข้าถนนสู่ตัวเขื่อน
รถตู้ ประจำทาง สาย ฟิวเจอร์ ปาร์ค รังสิต - เขื่อนขุนด่านปราการชล นครนายก (5:30 น. - 17:30 น. ทุกวัน)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
งานประชาสัมพันธ์โครงการก่อสร้าง
5 โทรศัพท์ 0-3738-4208-9 ต่อ 133
หรือ www.thadandam.com
เขื่อนขุนด่านปราการชล (เขื่อนขุนด่านปราการชล (เขื่อนคลองท่าด่าน) ) ฯ
ตู้ ปณ. 4 ต.หินตั้ง อ.เมือง
นครนายก 26000 โทรศัพท์ 0 3738 4208-9
โทรสาร 0 3738 4210